"เพลงปรากฏการณ์
(Phenomenon) ได้แรงบันดาลใจจากบั้งไฟพญานาค
ตอนที่ผมแต่ง ก็พยายามศึกษาว่า
เกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์นั้น
ทุกเพลงที่ผมแต่งต้องศึกษาหาข้อมูลก่อน
ผมจะไม่เขียนเพลงจากอารมณ์อย่างเดียว
อย่างตอนขึ้นต้นเพลง เสียงดนตรีจะโกลาหล
มีเสียงน้ำ และเสียงที่คนไทยคุ้นหู
เสียงเพลงที่ผมแต่งจะฟังเหมือนการวาดภาพ
อย่างการแสดงคอนเสิร์ตที่ร่วมกับบางกอกซิมโฟนี
ออร์เคสตราในงานคอนเสิร์ตเอกศิลปินที่เมืองไทย
วาทยกรเก่งมาก และวงบีเอสโอก็ทำได้ดี มีคนถามผมว่า
คอนเสิร์ตที่ผ่านเป็นอย่างไร ผมบอกไปว่า
เล่นได้เหมือนวงต่างประเทศ"
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :
ในคอนเสิร์ตปิดการแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ
'เอกศิลปินน้อมใจถวายพระพรชัย' เมื่อวันที่ 11
ธันวาคม 2550 เพลงปรากฏการณ์ (Phenomenon)
เป็นเพลงหนึ่งในการแสดงร่วมกับบางกอกซิมโฟนี
ออร์เคสตรา โดยวาทยกรชื่อดัง Mikhail Pletnev
ชาวรัสเซีย
และการบรรเลงเพลงนี้ก็ได้รับความชื่นชมไม่ใช่น้อย
นี่คือผลงานของ ณรงค์
ปรางค์เจริญ นักประพันธ์เพลงชาวไทย
เขาได้รับรางวัลนานาชาติมากมาย
เพลงของเขาเคยได้รับเกียรติแสดงออร์เครสตราหลายวงด้วยกัน
เช่น Pacific Symphony Orchestra ,Annapolis
Symphony ฯลฯ
และเขาเป็นนักประพันธ์เพลงคนแรกที่เป็นตัวแทนประเทศไทยนำเพลง
Phenomenon แสดงใน Grant Park Music Festival
ที่เมืองชิคาโก และญี่ปุ่น
 |
ปัจจุบันเขากำลังเรียนปริญญาเอก
ด้านการประพันธ์เพลงที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิสซูรี-แคนซัสซิตี
นอกจากนี้ยังเป็นนักประพันธ์เพลง
สอนดนตรีที่อเมริกา
และกำลังมีผลงานอัลบั้มของตัวเอง
กว่าณรงค์จะเข้าสู่เส้นทางระดับนานาชาติ
ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เขาต้องใช้ความพยายามไม่ใช่น้อย
เอกลักษณ์แบบคนไทยนี่แหละที่เขานำมาใช้แต่งเติมสีสันงานประพันธ์เพลงให้มีกลิ่นอายแบบตะวันออก
แต่ใช้วิธีการแบบตะวันตก
+ ทั้งๆ
ที่คุณไม่ได้เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก
แต่คุณก็เลือกเดินบนเส้นทางนี้
 |
ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ามาเรียนมัธยมที่โรงเรียนหอวัง
กรุงเทพฯ พอได้เข้าวงโยธวาทิต
ได้เล่นดนตรีแล้วรู้สึกชอบ ตอนนั้นผมก็คิดว่า
จะทำงานอาชีพอะไรที่จะอยู่กับมันได้ตลอดชีวิต
ถ้าเลือกเรียนดนตรี แม้ในอนาคตจะทำเป็นอาชีพไม่ได้
ก็ใช้สอนเด็กได้ และคงไม่เบื่ออาชีพนี้
+
ตอนนั้นคุณเริ่มเล่นเครื่องดนตรีชิ้นไหนก่อน
พอเข้าเรียนที่ภาควิชาดุริยางค์สากล
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผมเลือกเล่นทรัมเป็ต
แต่หลอดเสียงผมมีปัญหา หมอให้หยุดเป่า
ก็เลยมาเลือกเรียนเปียโนตอนอายุ 20 ปี
นับว่าช้ามาก ผมใช้เวลาซ้อมเปียโนวันละ 5-6
ชั่วโมง จนไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนๆ
ผมเรียนเปียโนเพิ่มเติมกับอาจารย์ Kit Young
ที่บ้านอาจารย์
ท่านมีเทคนิคการสอนทำให้เล่นได้ไวขึ้นและอยากฝึกซ้อม
อาจารย์แสดงให้เห็นว่า เขาภูมิใจในตัวเรามาก
เราเป็นลูกศิษย์คนโปรดของเขา แต่จริงๆ
แล้วอาจารย์ก็โปรดลูกศิษย์ทุกคน
พอเรียนไปครึ่งปีอาจารย์ก็เอาเพลงของเกรด 6
มาให้เล่น ผมชอบเล่นเพลงศตวรรษที่ 20
ผมชอบแนวนิวมิวสิค อย่างเพลงคอปแลนด์
ผมชอบมากกว่าเพลงยุคโรแมนติก
 |
มีอะไรซ่อนอยู่
|
+
ทำไมคุณชอบเล่นเพลงในศตวรรษที่ 20
ผมชอบเสียง
รู้สึกเพลงยุคนั้น เสียงค่อนข้างใหม่
อยากหาเพลงที่แปลกใหม่มาเล่น
อย่างตอนที่ไปขออาจารย์ Kit เรียนเปียโน
ก็มีเพลงหนึ่งที่อาจารย์ใช้ข้อศอกและส่วนอื่นๆ
ของร่างกายเล่นเปียโน
ผมไม่คิดว่าเปียโนจะสร้างสรรค์ได้มากขนาดนี้
นอกจากเพลงหวานๆ
แล้วยังได้เห็นเทคนิคที่อาจารย์เล่น ก็รู้สึกสนุก
นั่นเป็นจุดเริ่มต้น
พอเรียนไปสักพัก อาจารย์ Kit
ย้ายไปอยู่อินโดนีเซีย ผมก็หาอาจารย์ใหม่
และได้เรียนกับอาจารย์ Bennett Lerner
เพื่อนอาจารย์ Kit เรียนอยู่ 3 ปี
จนอาจารย์ย้ายไปอยู่มหาวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่
ผมก็พยายามหาอาจารย์คนไทย พอหาไม่ได้
ผมก็ขอให้อาจารย์ Bennett สอน
ผมต้องบินไปเรียนที่เชียงใหม่เดือนละครั้ง
ตอนนั้นผมเป็นอาจารย์สอนดนตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒแล้ว
ช่วงนั้นผมเป็นอาจารย์ที่อายุน้อย
ก็ต้องโชว์ให้นักศึกษาที่อายุใกล้กันเห็นว่า
เรามีความสามารถทางดนตรี ก็ต้องพยายามตลอดเวลา
จนบางครั้งรู้สึกว่า ชีวิตบางส่วนหายไป
ผมสอนทั้งในมหาวิทยาลัยและรับจ้างสอนเปียโน
และซ้อมเปียโนด้วย
+ ทั้งๆ
ที่ตั้งใจว่าจะเป็นนักเปียโน
แต่อยู่มาวันหนึ่งคุณก็บอกว่า เบื่อแล้ว
ทำไมเป็นเช่นนั้น
เดี๋ยวนี้คนที่อยากเล่นเปียโนจะเริ่มต้นเรียนตั้งแต่อายุ
6 ขวบ ผมเริ่มช้ามาก และการที่จะไล่กวดทุกคนให้ทัน
มันเป็นเรื่องลำบาก
เป็นเรื่องยากที่จะเล่นคอนเสิร์ตเปียโนแบบมืออาชีพในเมืองไทย
อย่างน้องโต๋-ศักดิ์สิทธิ์ ขายได้เพราะเล่นแนวป๊อป
ถ้าเป็นเปียโนคลาสสิกในเมืองไทย คนไม่ค่อยดู
มันเป็นอาชีพจริงจังไม่ได้
ตอนนั้นผมก็คุยกับ ดร.วิภา
คงคากุล อาจารย์ที่มหาวิทยาลัย
ซึ่งผมนับถือเป็นแม่บุญธรรม
(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ว่า ผมเบื่อเปียโนแล้ว
ถ้าไม่เรียนเปียโนจะทำอะไรได้อีก จนอาจารย์ Kit
แนะนำให้เรียนแต่งเพลงกับ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร
ตอนนั้นอาจารย์วิภาช่วยจ่ายค่าเรียนให้
บ้านผมฐานะปานกลาง และผมไม่เคยรู้เลยว่า
ที่บ้านก็ลำบาก ผมอยากได้อะไร พ่อแม่ก็ซื้อให้
+
ถ้าจะเป็นนักเปียโนมืออาชีพ
คุณต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่น
เพื่อที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับนานาชาติ ?
อะไรที่ผมทำแล้วทำได้ไม่ดี
ผมจะเลิก อย่างเพื่อนๆ เล่นสนุกเกอร์ ผมจะไม่เล่น
เพราะรู้ตัวว่าไม่มีทางเล่นได้เก่ง ผมจะเลือกว่า
สิ่งไหนที่เราทำได้ดี
แต่ผมไม่ได้วางเป้าหมายไว้ว่า ต้องชนะทุกคน
อย่างการเลือกเรียนปริญญาโทการประพันธ์เพลงที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์
ผมไม่แน่ใจว่า จะทำได้ดี แต่อาจารย์วิภาบอกว่า
ผมมีพรสวรรค์ แต่ยังหาตัวเองไม่เจอ
อาจารย์บอกอีกว่า ผมไม่เคยเล่นเปียโนเลย
พอมาเล่นแค่ปีเดียว ก็ผ่านเกรด 6
คนทั่วไปจะทำได้ยาก
ตอนนั้นอาจารย์ Kit
และอาจารย์วิภาบอกว่า ต้องลองทำ ผมบอกพ่อว่า
จะไปเรียนปริญญาโทที่เมืองนอก พ่อถามว่า
ต้องใช้เงินปีละเท่าไหร่ ผมบอกว่ากว่าหนึ่งล้านบาท
พ่อก็บอกว่า เยอะนะลูก และเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี
อาจารย์วิภาบอกผมว่า
ถ้าเราเก่งก็มีที่สำหรับเราเสมอ
ก็เลยให้เราขอทุน
+
คุณก็เลยเลือกที่จะเป็นนักประพันธ์เพลง ?
ตอนแรกๆ
ผมยังไม่ได้แต่งเพลงสไตล์ของตัวเอง
หัดแต่งเพลงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998
พอผมเดินทางไปอเมริกาปี ค.ศ. 2000
ใช้เวลาสามปีกว่าถึงจะมีสไตล์ของตัวเอง
อาจารย์ที่นั่นบอกว่า เรามีเทคนิคและจินตนาการ
แต่ไม่มีภาษาดนตรีของตัวเอง
แต่งเพลงยังเหมือนนักดนตรีดังๆ ที่สร้างผลงานไว้
อาจารย์บอกว่าต้องเรียนเพิ่ม
ตอนแรกไม่คิดจะอยู่อเมริกานาน
ช่วงสองปีแรกโทรกลับบ้านบ่อยมาก
เพราะทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนหมด
การดำเนินชีวิตก็ยาก และผมก็ต้องสอนหนังสือด้วย
+กว่าจะค้นพบภาษาดนตรีของตัวเอง
ใช้เวลานานไหม
ตอนที่ใกล้จะจบปริญญาโท
ครูอเมริกันบอกผมว่า ให้ไปเรียนกับ Chen Yi
ครูดนตรีชาวจีน ตอนแรกผมก็ไม่อยากเรียน
เพราะเป็นผู้หญิง ผมไม่เคยได้ยินว่า
มีนักแต่งเพลงผู้หญิงในประวัติศาสตร์
จนได้ฟังเพลงของเธอ ก็ทึ่ง
เพราะไม่คิดว่านักแต่งเพลงผู้หญิงจะทำได้ดีขนาดนี้
มีพลัง ไม่อ่อนหวานเกินไป วิธีการวางแผนผังของเพลง
การทำสอดประสานของแต่ละรายละเอียดเยอะมาก
และดนตรีพุ่งไปข้างหน้า ไม่น่าเชื่อว่า
จะมีพลังมากขนาดนั้น
ถ้าไม่บอกว่าเป็นบทเพลงของผู้หญิง ก็ไม่รู้
จนผมได้ทุนเรียนต่อปริญญาเอก
พอเจออาจารย์คนนี้ทุกอย่างก็เปลี่ยน
หลังจากนั้นผมชนะรางวัลการประกวดแทบทุกปี
อาจารย์เป็นคนจีน
ก็เลยเข้าใจว่าความเป็นตะวันออกและตะวันตกที่มาผสานกัน
อาจารย์บอกว่า เราไม่เหมือนคนอื่นในโลก
เพราะเราเป็นคนไทยที่ทำงานเพลง
แล้วทำไมไม่ดึงความพิเศษแบบคนไทยออกมา
ทำไมยังแต่งเพลงแบบตะวันตก ได้ยินแบบนั้น
ผมก็หันมาฟังเพลงไทยมากขึ้น เพลงซออู้ ซอด้วง
ซอสามสาย เพื่อศึกษาสไตล์การเอื้อน
การวางผังของเพลง
เรื่องการหาสไตล์ของตัวเอง
ก็เหมือนการกินอาหาร
ถ้าเราไม่เคยกินอาหารอินเดียเลย
แต่อยู่มาวันหนึ่งได้กินอาหารอินเดีย แล้วชอบมาก
จากนั้นเราก็อยากกินอาหารอินเดียแบบอื่นๆ
พอผมเริ่มเจอตัวเอง
ในเรื่องการผสมผสานไทยกับตะวันตก
ผมก็ศึกษาลงลึกเรื่องปรัชญาพุทธศาสนา
ต้องอ่านหนังสือมากขึ้น
+ ต้องศึกษาดนตรีไทยมากขึ้น
เพื่อใช้ในการประพันธ์เพลง
แล้วคุณค้นพบอะไรในมิติความเป็นไทย
เครื่องดนตรีไทยค่อนข้างมหัศจรรย์
ตัวเครื่องดนตรีไม่ซับซ้อน
แต่วิธีการเล่นซับซ้อนมากอย่างระนาด ผมก็มาคิดว่า
เราจะเขียนโน้ตง่ายๆ ให้ฟังดูซับซ้อนได้อย่างไร
อย่างเพลงที่ผมแต่งจะมีทำนองเพลงไทยซ่อนอยู่ข้างใต้
คนฟังจะได้ยินกลิ่นอายแบบคนเอเชีย
เวลาผมเอาเพลงไทยมาดัดแปลง
บางทีเสียงไม่คล้ายเพลงไทย อย่างเพลง Respiration
of the Sun แต่งเพื่อเฉลิมฉลองในหลวงครบรอบ 80 ปี
ตั้งชื่อว่า ลมหายใจแห่งตะวัน
เพราะในหลวงก็เป็นพระอาทิตย์ของพวกเรา
และในเพลงจะซ่อนสดุดีมหาราชา
+ เพลงร่วมสมัยในสไตล์ของคุณ
บางคนบอกว่าขาดกลิ่นอายความเป็นไทย
คุณจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร
มีหลายระดับที่เราจะผสมผสานความเป็นไทย
อย่างเพลง Phenomenon หลายคนนึกว่า
จะได้ยินทำนองแนวหมอลำ
ถ้าแต่งแบบนั้นก็เหมือนกับคนอื่น
ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ผมจะแต่งคล้ายเพลงไทย
แต่ไม่ใช่เพลงไทย ผมเข้าใจวัฒนธรรมไทยดีว่า
คนไทยรอได้ คนไทยชอบพูดว่า ไม่เป็นไร
แต่ฝรั่งรอไม่ได้ เวลาฟังเพลงผม
วิธีการใช้แต่ละท่วงทำนองเพลงของผมไม่เหมือนคนอื่น
บางจังหวะต้องรอ
และแต่ละท่วงทำนองจะได้ยินสไตล์ไม่ชัดเจน
+ เพลงปรากฏการณ์
(Phenomenon)
ทำให้คุณกลายเป็นนักแต่งเพลงที่ชาวต่างชาติรู้จักมากขึ้น
?
เพลงปรากฏการณ์ (Phenomenon)
ได้แรงบันดาลใจจากบั้งไฟพญานาค ตอนที่ผมแต่ง
ก็พยายามศึกษาว่า เกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์นั้น
ทุกเพลงที่ผมแต่งต้องศึกษาหาข้อมูลก่อน
ผมจะไม่เขียนเพลงจากอารมณ์อย่างเดียว
อย่างตอนขึ้นต้นเพลง เสียงดนตรีจะโกลาหล
มีเสียงน้ำ และเสียงที่คนไทยคุ้นหู
เสียงเพลงที่ผมแต่งจะฟังเหมือนการวาดภาพ
อย่างการแสดงคอนเสิร์ตที่ร่วมกับบางกอกซิมโฟนี
ออร์เคสตราในงานคอนเสิร์ตเอกศิลปินที่เมืองไทย
วาทยกรเก่งมาก และวงบีเอสโอก็ทำได้ดี มีคนถามผมว่า
คอนเสิร์ตที่ผ่านเป็นอย่างไร ผมบอกไปว่า
เล่นได้เหมือนวงต่างประเทศ
อีกอย่างเพลงนี้เคยถูกนำไปแสดงที่ญี่ปุ่น
อเมริกาและยุโรป อย่างวง Pacific Symphony
Orchestra เคยเล่นเพลงของผม พอมีคนเริ่มรู้จัก
ก็มีคนติดต่อเข้ามา เพลงนี้คนส่วนใหญ่จะชอบ
+ใช้เวลาแต่งเพลงนี้นานไหม
เขียนโน้ตหนึ่งเดือน
แต่วางแผนผังของเพลงก็ใช้เวลาพอควร
เพราะถ้าเขียนไปเลยไม่วางแผน โครงสร้างจะหลวมๆ
ผมจะวางแผนเพื่อที่จะรู้ล่วงหน้าว่า
จะเกิดอะไรขึ้น ตรงท่อนไหนของเพลง
ผมต้องรู้วิธีการจัดการ จริงๆ
แล้วผมแต่งเพลงมาเยอะ
แต่ประสบความสำเร็จเพลงแรกคือ Phenomenon
อย่างเพลงศรัทธา
ก็เขียนไว้อาลัยให้คนที่ตายจากสึนามิ
และเพิ่งเล่นที่ออสเตรเลียเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
อย่างเพลงที่ผมแต่งเกี่ยวกับสึนามิ
ผมก็ต้องศึกษาข้อมูลว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร
อย่างตอนเกิดสึนามิ คนจะพูดแต่เรื่องไม่ดี
อารมณ์เพลงจะมีแต่ความเศร้า อย่างเพลงหลักที่ผมใช้
ก็มีส่วนผสมของกาพย์เห่เรือ
เพราะเชื่อว่าชีวิตจะดีขึ้น
อย่างเพลงนี้ไม่ว่าจะเศร้าขนาดไหน แย่ขนาดไหน
เมืองไทยก็ยังมีในหลวง แม้จะเศร้ามากๆ
แต่ตอนท้ายของเพลงจะคลี่คลายดีขึ้น
+
มีวิธีการอย่างไรทำให้งานเพลงของคุณเป็นที่รู้จัก
เมื่อก่อนผมส่งเพลงเข้าประกวดเยอะมาก
ถ้าส่งไปประกวดยี่สิบเพลง
ก็ได้รางวัลชนะมาหนึ่งหรือสองเพลง
แต่ปัจจุบันส่งไปประกวดแค่ปีละสองสามชิ้น
แต่ทุกปีก็ได้รางวัลมาปีละชิ้น
ถ้าเราได้รางวัลมาเรื่อยๆ
คนรอบข้างก็จะรู้สึกว่าคุณภาพยังมีอยู่
อย่างตอนนี้ผมพยายามรักษาคุณภาพตัวเอง ทุกๆ
ปีก็จะประกวดรางวัลใหญ่ๆ
ในแต่ละปีได้รางวัลเดียวก็เพียงพอ
คนก็จะเริ่มสนใจ
+
นอกจากเรียนปริญญาเอกและแต่งเพลงแล้ว
คุณทำอะไรอีก
คนไทยที่ทำงานประพันธ์เพลงในต่างประเทศมีไม่ค่อยมาก
ก่อนหน้านี้ผมสอนปริญญาตรีในอเมริกาด้วย
แต่งานในมหาวิทยาลัยบีบเราเยอะ
เวลามีคอนเสิร์ตต้องฝึกซ้อม แล้วหายตัวไปบ่อยๆ
ทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ชอบนัก
ตอนนี้ผมก็เลยสอนการแต่งเพลงเป็นงานพาร์ทไทม์
สอนเด็กนักเรียน
มีนักศึกษาคนหนึ่งที่กำลังจะเข้าปริญญาโทมาเรียนด้วย
จะสอนสัปดาห์ละไม่เกินแปดชั่วโมง
ผมจึงมีรายได้ชั่วโมงละ 30 เหรียญ
และใช้เวลาที่เหลือแต่งเพลง
และมีรายได้จากค่าแต่งเพลง
ค่าเช่าเพลงไปแสดงออร์เคสตราของวงต่างๆ
ที่อเมริกา
+กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้
คุณใช้ความพยายามมากไหม
ไม่ง่ายครับ
ผมต้องใช้ความพยายามมาก ตอนนี้ผมคิดว่า
แค่เริ่มก้าวแรกได้ถูกต้อง แต่ถ้าถามว่า
ประสบความสำเร็จไหม
ก็อยู่ที่ว่าเรามองความสำเร็จไว้ตรงไหน
กว่าผมจะมีงานทำ มีเงินใช้ในทุกวันนี้ ก็ยาก
+คุณตั้งเป้าหมายในอนาคตอย่างไรคะ
ผมอยากเป็นนักแต่งเพลงคนไทยที่ทุกคนในโลกรู้จัก
แต่ตอนนี้คนเริ่มรู้จัก ผมอยากเป็นเหมือนจอห์น
วิลเลียม ผู้เขียนเพลงหนังสตาร์วอร์ส หรือโยโยม่า
ผมก็ฝันว่า อยากเป็นแบบนั้น
แต่ไม่รู้ว่าจะมีแรงไปถึงจุดนั้นหรือเปล่า
ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
เพราะทุกครั้งที่เพลงผมถูกนำไปแสดงที่ไหน
ผมต้องพยายามให้คนชอบเรา
และวิถีไทยอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นเรื่องดีครับ
ไม่ว่าไปไหนก็ยกมือไหว้ไว้ก่อน โดยผมไม่แคร์ว่า
เขาจะเก่งกว่าเรา หรืออายุน้อยกว่า
ยิ่งถ้าอายุมากกว่า ก็มีเหตุผลพอจะยกมือไหว้
และอุปนิสัยก็มีส่วนช่วยให้เราได้งานมากขึ้น
แต่คนไทยพอเริ่มเก่ง ก็จะหยิ่ง
+ตอนนี้กำลังทำอัลบั้มของตัวเองใช่ไหม
คืออัลบั้ม Respiration of
the Sun เป็นเพลงบรรเลงทั้งหมดหกเพลง
ผมอยากทำเพื่อในหลวง
เพราะพระองค์ท่านมีความสามารถด้านดนตรีสูง
อย่างนักแต่งเพลงคนไทยก็อยู่ใต้เงาในหลวงหมด
เพราะในหลวงเป็นนักแต่งเพลงคนไทยคนเดียวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
ใครก็ตามได้ฟังเพลงในหลวง สองสามครั้งก็ร้องได้
เพราะทำนองมีความเรียบง่ายแต่ไพเราะ
ผมชอบเพลงยามเย็น ใกล้รุ้ง แสงเดือน และพรปีใหม่
เพราะพระองค์ท่านวางคู่เสียงไปด้วยกันได้ดี
ผมก็เลยอยากทำงานให้พระองค์ท่าน
+ถ้าเรียนจบ
คุณจะกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทยไหม
คงต้องกลับ
อยากอยู่ประเทศไทย
แต่ตอนนี้ผมยังไม่เก่งพอที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก
และเพลงของผมจะเล่นในอเมริกามากกว่าที่อื่น
+มีคำแนะนำสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเดินบนเส้นทางนี้ไหม
อย่างแรก...ต้องมุ่งมั่น
และสอง...ต้องรีบรู้จักตัวเองให้ไวที่สุดว่าสามารถทำงานด้านไหนได้บ้าง
อย่างบางคนไม่รู้ว่าจะทำงานอะไร
บางคนพยายามทำงานมานานกว่าสิบปี
แต่ไม่รู้จักตัวเอง
+
คุณเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
แล้วคุณมีแนวคิดจะทำอะไรเพื่อคนดนตรีรุ่นใหม่ในเมืองไทยบ้าง
ผมกำลังมีความคิดว่า
อยากให้เด็กรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 25 ปี
แต่งเพลงสำหรับออร์เคสตราแล้วส่งเข้าประกวด
จากนั้นเลือกเพลงมาห้าเพลงให้วงบางกอกซิมโฟนี
ออร์เคสตราบันทึกเสียง
เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าเพลงที่แต่งออกมาเป็นอย่างไร
แล้วให้นักแต่งเพลงต่างชาติมานั่งชี้แนะ
ทำแบบนี้จะช่วยในการเรียนรู้ได้มาก
เพราะส่วนใหญ่พอแต่งเพลงแล้ว
จะไม่ได้ฟังเพลงที่ตัวเองแต่ง
ไม่รู้ว่าสีสันดนตรีเป็นอย่างไร ถ้าเราทำตรงนี้ได้
จะช่วยสร้างนักแต่งเพลงคนไทยได้เร็วขึ้น
เป็นโครงการที่ผมอยากทำและพยายามคุยกับหลายหน่วยงาน
เพราะตอนผมเริ่มแต่งเพลงใหม่ๆ ผมไม่มีโอกาสแบบนี้
และผมเหนื่อยมาก กว่าจะมีตรงนี้
ถ้าสร้างโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่เสียเวลาน้อยลง
ผมก็อยากทำ อย่างน้อยๆ
เราได้สร้างเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นคนไทย
และให้ทุกคนในโลกรู้จักคนไทย
อีกอย่างคนไทยต้องช่วยกันสนับสนุนคนไทยด้วยกัน
ปีหน้าผมจะจัดงานสัมมนารวมนักแต่งเพลงไทย
ผมเชิญนักแต่งเพลงคนไทยทุกคนมาเจอกัน
เชิญนักแต่งเพลงและนักดนตรีต่างประเทศมาร่วมงาน
และให้นักดนตรีต่างประเทศเล่นเพลงของคนไทย
ผมอยากให้รุ่นน้องได้เจอนักดนตรีเก่งๆ
เพื่อทำความเข้าใจดนตรีในศตวรรษที่ 20 และ 21
เพราะต้นศตวรรษที่ 20 เพลงเปลี่ยนไปเยอะ
ถ้าเราจัดงานแบบนี้ก็จะได้แลกเปลี่ยนกัน
ปัจจุบันเพลงศตวรรษที่ 20 ไม่น่ากลัวอีกแล้ว
คอนเสิร์ตที่ร่วมกับบางกอกซิมโฟนี
ออร์เคสตราที่ผ่านมา
บทเพลงครึ่งแรกเป็นเพลงศตวรรษที่ 20
แต่ไม่มีใครสังเกต ถ้าเราบอกว่า
มาฟังเพลงร่วมสมัยหรือนิวมิวสิค
บางทีคนฟังอาจไม่อยากฟัง
คือไม่ชอบตั้งแต่เริ่มฟัง
Presatation
มีอะไรซ่อนอยู่
"เพลง Phenomenon
จะมีทำนองไทยซ่อนอยู่ข้างใต้ ผมรู้สึกว่า
อะไรที่มองไม่เห็นชัดมาก มันมีเสน่ห์
ทำให้คนตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น
แล้วเขาจะสนใจมากขึ้น ถ้าผมทำมาเป็นทำนองไทยชัดๆ
ฟังแล้วรู้ว่าเป็นเพลงไทย ก็ไม่สนุก
แต่ถ้าผมซ่อนมันไว้ แต่มีความเป็นเอเชียอยู่ในเพลง
คนฟังก็อยากค้นหา
การที่จะแนะนำต่างชาติให้รู้จักประเทศไทยก็ต้องพูดภาษาของเขาก่อน
อย่างท่อนกลางและท่อนช้าจะมีความเป็นเอเชียมาก
มีการใช้เครื่องดนตรีไทย ขลุ่ย ซอ ฆ้อง ในเพลงด้วย
ทำให้รู้สึกถึงความเป็นไทย
เพ็ญลักษณ์
ภักดีเจริญ