|
|
|
|
 |
| หมวดข่าว /
ข่าวออนไลน์ |
 |
| โดย บ้านเมืองออนไลน์ |
เมื่อเวลา 10:02:00 วันที่
21 สิงหาคม พ.ศ.2551 | |
|
จากพระกรุณาธิคุณ
“ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก
ในพระอุปถัมภ์ฯ”
จากพระกรุณาธิคุณ “ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก
ในพระอุปถัมภ์ฯ” สู่การแสดงดนตรีฯ ครั้งยิ่งใหญ่
“แสงรุ้งมิจางหาย
แสงนั้นนิรันดร”
ด้วยพระกรุณาธิคุณของ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ที่ทรงเอาพระทัยใส่วงการดนตรีคลาสสิกของเมืองไทย
ตลอดจนทรงมีพระเมตตาพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้เป็นกองทุนสำหรับนักดนตรีคลาสสิก
มีชื่อว่า
“กองทุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาดนตรีของเยาวชน”
โดยให้คณะกรรมการส่วนหนึ่งของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพเป็นผู้ดูแล
ในปี พ.ศ.2547 จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น
“ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”
เพื่อให้ขอบเขตการสนับสนุนกว้างขึ้น
โดยพระองค์ทรงเป็นผู้สัมภาษณ์ผู้ขอทุนแต่ละท่านด้วยพระองค์เอง
และทรงติดตามความคืบหน้าของนักเรียนที่ได้รับทุนนั้นตลอดระยะเวลาการศึกษา
และภายหลังจากศึกษาจบแล้ว
ด้วยพระกรุณาธิคุณของพระองค์ที่เปลี่ยนเส้นทางของนักเรียนทุนทั้ง
23 ท่าน
ให้มีโอกาสได้ศึกษาทางด้านดนตรีคลาสสิกตามที่ใฝ่ฝันไว้
ซึ่งต่างก็ได้แสดงสำนึกในพระกรุณาธิคุณ
และต่างฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่เพื่อแสดงฝีมือในคอนเสิร์ตครั้งสำคัญในฐานะนักเรียนทุนในพระองค์ท่าน
ในการแสดงดนตรีคลาสสิกเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
“แสงรุ้งมิจางหาย แสงนั้นนิรันดร”
ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2551 เวลา
20.00 น. ณ หอประชุมใหญ่
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
นายสิรเศรษฐ ปัณฑุรอัมพร
นักเรียนทุนที่ได้รับทุนเพื่อเข้าอบรมหลักสูตรระยะสั้นด้านการประพันธ์เพลง
สาขาดนตรีร่วมสมัย ที่ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า
“ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับทุน
และซาบซึ้งใจในพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
อย่างมาก
รู้สึกว่าทุนนี้เป็นโอกาสให้กับคนที่ไม่มีโอกาส”
สิรเศรษฐ
ได้ประพันธ์บทเพลงพิเศษขึ้นเพื่อใช้ในการบรรเลงในคอนเสิร์ตดังกล่าว
โดยใช้ชื่อว่า 0201/2551
ซึ่งมาจากความประทับใจในบทกวีของ อังคาร กัลยาณพงศ์
ที่ได้ประพันธ์ขึ้นเพื่อถวายอาลัยแด่
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในวันสิ้นพระชนม์ 2 มกราคม
2551
เขาจึงได้นำบทกวีนี้มาร้อยเรียงเข้ากับบทเพลงที่จะใช้ในการแสดง
อันเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
บทเพลงของสิรเศรษฐ
ได้รับการขับร้องโดย น.ส.ศิโยน ดาวรัตนหงษ์
ซึ่งเป็นนักร้องโอเปร่า ที่มากด้วยพรสวรรค์
เธอได้รับทุนในด้าน
“ทุนระยะสั้นเพื่อสนับสนุนการเข้าร่วมการอบรมการขับร้องระดับสูง”
ซึ่งเธอได้กล่าวถึงความรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
ว่า “ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ฯ นั้น
นอกจากจะทำให้ผู้แสวงหาความรู้ด้านดนตรีคลาสสิกได้มีโอกาสเรียนแล้ว
ยังสร้างขวัญกำลังใจ
แก่นักดนตรีคลาสสิกเมืองไทยให้เชื่อมั่นว่า
มีผู้ให้ความสนใจ
และสนับสนุนเส้นทางแห่งดนตรีแขนงนี้
ดิฉันซาบซึ้งและภาคภูมิใจที่พระองค์ท่านมีพระกรุณาธิคุณต่อพวกเรา
และนักดนตรีคลาสสิกเป็นอย่างสูง”
นายธารินทร์
สุภประกร นักเปียโน
ซึ่งได้รับพระกรุณาธิคุณทุนสนับสนุนจากพระองค์ท่านหลายครั้งด้วยกัน
ได้กล่าวว่า
“พระองค์ท่านทรงมีพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อนักเรียนดนตรี
กองทุนของพระองค์ท่านได้สนับสนุน
ให้โอกาสนักเรียนต่างๆ
และกระผมเป็นอย่างมากโดยไม่มีข้อจำกัดในการพัฒนาฝีมือ
มีโอกาสไปศึกษาต่อ
และทรงให้กำลังใจต่อพวกเราด้วยพระเมตตาอันหาที่เปรียบมิได้” โดยนายธารินทร์เป็นหนึ่งในการแสดงเปียโน
8 มือ ในบทเพลงของบีโธเฟน โดยเล่นคู่กับ นายอัคร
ยืนยงหัตถภรณ์ นายภูมิ พรหมชาติ และ นายปรัชญ์
บุญดีสกุลโชค ซึ่งการเล่นเปียโน 8 มือนั้น
เป็นการแสดงที่หาชมได้ยากยิ่ง
และเป็นการแสดงถึงความสามารถของนักเปียโน
ที่ต่างต้องแสดงความพร้อมเพรียงและความสมัครสมานในการเล่นเปียโน
เพื่อให้ได้บทเพลงที่แสนไพเราะ
ประทับใจของผู้ฟังไปตราบนานเท่านาน
ในส่วนของ
นายภูมิ พรหมชาติ นั้น
ได้รับเกียรติให้แสดงในอีกบทเพลงหนึ่งร่วมกับ
นายศรัณย์ สืบสันติวงศ์ นักร้องบาริโทน
ในบทเพลงที่ได้รับการประพันธ์ขึ้นใหม่ของ นาย ณรงค์
ปรางค์เจริญ
นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ซึ่งภูมิได้กล่าวถึงความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณว่า
หากมิได้พระองค์ท่าน เขาคงมิได้มีวันนี้
ซึ่งในอนาคตเขาจะได้นำคุณค่าที่ดีเหล่านี้ไปมอบต่อให้กับคนที่ขาดโอกาสต่อไป
ทางด้านของเครื่องสายนั้น
นายทัศนา นาควัชระ หัวหน้าวงบางกอก ซิมโฟนี
ออเคสตร้า ในฐานะของผู้วางโปรแกรมดนตรีเครื่องสาย
และผู้ที่ได้รับทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ฯ
เพื่อเข้าฝึกอบรมมาสเตอร์คลาสที่ The Crescendo
Violin School ประเทศเยอรมนี
เขากล่าวถึงสำนึกในพระกรุณาธิคุณว่า
“ผมมีความสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในประเทศไทยในทุกๆ
รูปแบบ
ทรงให้ความเมตตาต่อเหล่านักดนตรีและด้วยพระบารมี
วงการดนตรีคลาสสิกในประเทศไทยได้เจริญก้าวหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”
เอกลักษณ์ของการแสดงคอนเสิร์ต
“แสงรุ้งมิจางหาย แสงนั้นนิรันดร” นั้น
นอกจากจะอยู่ที่บทเพลงที่ได้รับการประพันธ์ขึ้นเป็นพิเศษแล้ว
ยังอยู่ที่คุณค่าของการนำเสนอของการแสดงดนตรีในครั้งนี้ด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงดนตรีที่มุ่งเน้นไปที่การใช้เครื่องดนตรีที่มีความหลากหลาย
และผสมผสานกันอย่างลงตัวและงดงาม อาทิ Trio for
Piano, Viola and Clarinet “Kegelstadt”, Movement 1
ประพันธ์โดย Wolfgang Amadeus Mozart
ซึ่งผสมผสานระหว่างเปียโน วิโอล่า และคลาริเน็ต Trio
for Piano, Violin and Horn Movement 1 ประพันธ์โดย
Johannes Brahms
ซึ่งจะผสมผสานความงดงามของเครื่องดนตรีสามชิ้น
ได้แก่ เปียโน ไวโอลิน และฮอร์น นอกจากนี้
ยังมีการขับร้องผสมผสานกับการบรรเลงเปียโนอีกด้วย
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการแสดงที่รวบรวมการผสมผสานของดนตรีทุกประเภทไว้อย่างงดงาม
ได้รับการบรรเลงโดยนักเรียนทุนฯ
ซึ่งถือได้ว่าเป็นนักดนตรีคลาสสิกเมืองไทยที่มากด้วยความสามารถ
สำหรับเพลงปิดท้ายคอนเสิร์ต
นั้น “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม”
เป็นดนตรีที่ได้รับการบรรเลงโดยคณะดุริยางค์เยาวชนไทย
และนักเรียนทุนดนตรีคลาสสิก ในพระอุปถัมภ์ฯ ทุกท่าน
เพื่อเป็นการรำลึกถึงแสงรุ้งนั้น
ที่อยู่ในใจของปวงชนชาวไทยไปตราบนิรันดร
สำหรับผู้ที่สนใจชมการแสดงดนตรีคลาสสิกเทิดพระเกียรติ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด
พร้อมเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2645-2955 หรือ 0-2247-0028
ต่อ 4102,
4110
|
 |
ดูข่าวทั้งหมด |
|
 |
|
|
| | |
|
| |